Regulations

ธรรมนูญสภาธุรกิจตลาดทุนไทย พ.ศ. 2547
(ฉบับที่ 9) ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2561

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยนี้จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนไทย

ข้อ 1 ธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้ง แต่วันที่ 30 สิงหาคม 2547

ข้อ 2 ในธรรมนูญนี้
“ตลาดทุนไทย” หมายความว่า การดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ และการดำเนินกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์
“สมาชิก”  หมายความว่า สมาชิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“รองประธานกรรมการ” หมายความว่า รองประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“ที่ปรึกษา” หมายความว่า ที่ปรึกษาสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“คณะทำงาน” หมายความว่า คณะทำงานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

หมวดที่ 1
การจัดตั้งสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ข้อ 3 “สภาธุรกิจตลาดทุนไทย”  มีชื่อย่อว่า “สธท.” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “เฟดเดอเรชั่นออฟไทยแคปปิตอลมาร์เก็ตออร์แกนไนเซชั่น” เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Federation of Thai Capital Market Organizations” มีชื่อย่อว่า “FETCO”
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย  นี้ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีสำนักงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตั้งอยู่ ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข้อ 4  สภาธุรกิจตลาดทุนไทยนี้จัดตั้ง ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
(1) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพ
(2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทย มีการสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใส ยุติธรรม รวมทั้ง มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม
(3) ประสานความร่วมมือกันระหว่างองค์กรทีเกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทย รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดสอบ อบรม และเผยแพร่วิชาการเกี่ยวกับตลาดทุนไทยให้แก่สมาชิก ผู้ปฏิบัติงานให้กับสมาชิก และบุคคลทั่วไป
(5) สนับสนุนเกี่ยวกับการรับรองคุณภาพหรือมาตรฐานเกี่ยวกับตลาดทุนไทย รวมทั้งการรับรองความรู้และความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับตลาดทุนไทย
(6) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับตลาดทุนไทยต่อสมาชิก และบุคคลทั่วไปทั้ง ภายในประเทศและภายนอกประเทศ
(7) เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อหน่วยงานรัฐเพื่อพัฒนาตลาดทุนไทย
(8) คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกเกี่ยวกับตลาดทุนไทย
(9) ส่งเสริมให้มีการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างสมาชิกด้วยกัน
(10) ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาตลาดทุนไทย
(11) ปฏิบัติกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนไทยหรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของธรรมนูญนี้

ข้อ 5 ตราของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเป็นเครื่องหมาย

fetco-1

fetco-2

fetco-3

หมวดที่ 2
สมาชิก

ข้อ 6  สมาชิกมี 2 ประเภท คือ
6.1 สมาชิกก่อตั้ง ได้แก่ นิติบุคคลที่ร่วมก่อตั้ง สภาธุรกิจตลาดทุนไทยมาตั้ง แต่เริ่มต้นได้แก่
(1) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
(2) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
(3) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
(4) สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน
(5) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
(6) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(7) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
6.2 สมาชิกสามัญ ได้แก่ สมาคมหรือนิติบุคคลอื่นใดที่จัดตั้ง ขึ้น ตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับตลาดทุนไทย ซึ่งคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้ง หมด
สมาคมหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งซึ่งมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้ยื่นใบสมัครต่อสภาธุรกิจตลาดทุนไทยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทยกำหนด

ข้อ 7 ยกเลิก

ข้อ 8 ให้สมาชิก  มีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) แต่งตั้ง ผู้เป็นกรรมการ
(2) เข้าร่วมประชุม อภิปราย ซักถามแสดงความคิดเห็น และใช้สิทธิออกเสียง
ในที่ประชุมคณะกรรมการ  โดยผ่านผู้แทนที่เป็นทนกรรมการ
(3) เสนอความคิดเห็นหรือให้คำ แนะนำ ต่อคณะกรรมการในเรื่องอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
(4) ใช้ตราของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยตามข้อบังคับ ระเบียบ
หรือประกาศที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทยกำหนด
(5) เสนอชื่อบุคคลใดเพื่อให้ได้รับการแต่งตั้ง เป็นอนุกรรมการ ผู้แทน ที่ปรึกษา คณะทำงาน หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของ
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตามที่คณะกรรมการ จะแต่งตั้ง
(6) ดำเนินกิจกรรมใดๆ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ เห็นชอบ

ข้อ 9 สิทธิการเป็นสมาชิก ตามธรรมนูญนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่อาจโอนให้แก่กันได้

ข้อ 10 สมาชิก  มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และให้ความร่วมมือ สำหรับการดำเนินกิจกรรมในการพัฒนาตลาดทุนไทยตามวัตถุประสงค์ นโยบาย แผนงาน และแนวทางการดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
(2) ร่วมกันดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและตลาดทุนไทย
(3) รักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
(4) ปฏิบัติตามธรรมนูญ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และจรรยาบรรณที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย นี้กำหนด
(5) รักษาความสามัคคีระหว่างสมาชิก ด้วยกัน
(6) ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อการดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ข้อ 11 สมาชิกสามัญอาจพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้ ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ลาออก
(2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.2
(3) ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย
(4) คณะกรรมการมีมติเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรให้พ้นจากการเป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

หมวดที่ 3
คณะกรรมการ

ข้อ 12  เพื่อดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งมีจำนวนไม่เกิน 9 คนโดยให้ผู้แทนของสมาชิกก่อตั้งที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์ หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเช่นว่านั้น ที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และให้ผู้แทนของสมาชิกสามัญที่ดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมหรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเช่นว่านั้น ที่เรียกชื่ออย่างอื่นโดยได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสามัญจำนวนไม่เกิน 2 คน และต้องไม่เป็นบุคคลที่มาจากสมาชิกสามัญรายเดียวกัน ให้เป็นกรรมการโดยการเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการโดยตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ 1 คน และรองประธานกรรมการ 2 คน และให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งกรรมการโดยการเลือกตั้งคนหนึ่งคนใดเพื่อดำรงตำแหน่งอื่นใดนอกเหนือจากตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามวรรคสองได้ตามที่เห็นสมควร

ข้อ 13  ให้กรรมการโดยตำแหน่ง มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกสมาคม หรือวาระการดำรงตำแหน่งของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ หรือตำแหน่งเช่นว่านั้น ที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 12 แล้วแต่กรณี
ให้กรรมการโดยการเลือกตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
ให้ประธานกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องได้
แต่จะต่อวาระเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้

ข้อ 14  ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการโดยตำแหน่งว่างลง ให้ผู้ทำการแทนหรือผู้รักษาการแทนในสมาคมของสมาชิกก่อตั้งนั้น หรือของตลาดหลักทรัพย์ เข้าปฏิบัติหน้าที่กรรมการไปพลางก่อนจนกว่านายกสมาคม ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเช่นว่านั้นที่เรียกชื่ออย่างอื่นจะเข้าดำรงตำแหน่ง

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการโดยการเลือกตั้งว่างลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้สมาชิกสามัญรายนั้นแต่งตั้งบุคคลซึ่งคัดเลือกมาจากผู้ที่เป็นกรรมการสมาคมของตนเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการแทนที่ โดยเร็ว โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน ทั้งนี้  ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการโดยการเลือกตั้งขึ้นใหม่ ให้กรรมการที่เหลืออยู่ในคณะกรรมการยังสามารถดำเนินงานต่อไปได้

ข้อ  15  ในกรณีที่ประธานกรรมการว่างลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม  ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการโดยตำแหน่งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการโดยเร็ว โดยให้ประธานกรรมการที่ได้รับเลือกใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในข้อ 13 และในระหว่างที่ยังมิได้มีการเลือกประธานกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งและยังสามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ คงอยู่รักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกประธานกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่

ทั้งนี้ ในกรณีมีเหตุที่ทำให้ประธานกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ ให้รองประธานกรรมการตามที่คณะกรรมการแต่งตั้งรักษาการตำแหน่งประธานกรรมการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกประธานกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ 16 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม ข้อ 13 กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย
(4) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(5) ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการ ตาม ข้อ 12

ข้อ 17 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายและดำเนินกิจการของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยตามข้อ 4 รวมทั้ง ให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) บริหารกิจการของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยให้เป็นไปตามธรรมนูญ วัตถุประสงค์นโยบาย แผนงาน แนวทางการดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และมติของที่ประชุมคณะกรรมการ
(2) แต่งตั้ง อนุกรรมการ ที่ปรึกษา คณะทำงาน หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตามที่คณะกรรมการ จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษา คณะทำงาน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้ง ใหม่อีกก็ได้
(3) กำหนดธรรมนูญ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือที่ให้สมาชิก 3หรือผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ รวมทั้ง พิจารณาลงโทษสมาชิก หรือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งฝ่าผืนปฏิบัติตามธรรมนูญ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

หมวดที่ 4
การจัดการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ข้อ 18 ให้ประธานกรรมการ เป็นผู้มีอำนาจโดยทั่วไป รวมตลอดถึงมีหน้าที่ดูแลและบริหารกิจการของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตามข้อ 4 ตลอดจนเป็นผู้แทนของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกในการเข้าร่วมประชุมหรือใช้สิทธิใดๆ การเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดทุนไทย รวมถึงให้มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดๆ กระทำการแทนตนก็ได้

ข้อ 19 การบริหารจัดการทางการเงินของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมกำหนด

ข้อ 20 ให้เลขานุการ มีหน้าที่ในการจัดหางบประมาณที่เหมาะสม และอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ข้อ 21  การลงมติของกรรมการตามข้อ 6.2 และข้อ 11(4) ให้ส่งถึงประธานกรรมการ โดยผ่านเลขานุการ

หมวดที่ 5
การประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 22 ให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการตามที่ประธานกรรมการเห็นสมควร แต่อย่างน้อยจะต้องมีการประชุม 3 เดือนต่อครั้ง

ข้อ 23 ให้ประธานกรรมการจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ ประจำปี ภายใน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน โดยกิจการที่พึงกระทำในที่ประชุมคณะกรรมการประจำปี ได้แก่
(1) รับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการประจำปี ในรอบปีที่ผ่านมา
(2) รายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา
(3) พิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน และแนวทางการดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย 3ในปีถัดไป
(4) พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ข้อ 24 การบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการให้เลขานุการแจ้งไปยังคณะกรรมการ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าเรียกประชุมเพื่อการใด

ข้อ 25 ในการประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ทั้งหมด จึงจะครบเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถเข้าประชุม ให้รองประธานกรรมการ ทำหน้าที่แทนตามลำดับ ในกรณีที่ทั้ง ประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการ  ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ให้เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
ในการประชุมคณะกรรมการ ให้เลขานุการ หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง ที่เลขานุการ มอบหมายทำหน้าที่เลขานุการของที่ประชุม ในกรณีที่เลขานุการ มิได้มอบหมายให้กรรมการคนใดทำหน้าที่แทน หรือในกรณีที่ประธานในที่ประชุมเห็นสมควร ให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิมอบหมายให้กรรมการคนใดทำหน้าที่เป็นเลขานุการในที่ประชุมแทนได้

ข้อ 26 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การวินิจฉัยชี้ขาดใดๆ ในการประชุมคณะกรรมการ ให้ถือเอาเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนโดยวิธีลับหรือวิธีเปิดเผย ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้น อีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีที่จะมีมติในเรื่องใด ถ้าส่วนได้เสียของสมาชิก และ/หรือกรรมการ ขัดกับประโยชน์ได้เสียของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยสมาชิกและ/หรือกรรมการผู้นั้น จะออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ไม่ได้
การดำเนินกิจกรรมใดๆ ของกรรมการ ในที่ประชุมคณะกรรมการเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่อาจโอนให้แก่กันได้

หมวดที่ 6
การแก้ไขธรรมนูญ

ข้อ 27 การแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะกระทำได้โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง

หมวดที่ 7
การเลิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ข้อ 28 ให้สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเลิกกันเมื่อสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิก ทั้งหมดมีมติให้เลิก

ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2561